ย้อนรอย 5 ทศวรรษ

ทศวรรษที่ 2 (พ.ศ. 2511-2520)  เร่ิมพัฒนอุตสหกรรม ชิ้นส่วนยนยนต์ในประเทศ

ในทศวรรษที่ 2 (พ.ศ. 2511-2520) นโยบายให้การส่งเสริมแก่กิจการประกอบรถยนต์ยังคงมีอย่างต่อเนื่องจนถึง ปี พ.ศ. 2512 มีผู้ได้รับการส่งเสริมกิจการประกอบรถยนต์เพิ่มอีก 10 รายมีกำลังการผลิตมากกว่า 10,000 คัน ในการผลิต รถยนต์นั่ง รถโดยสาร รถตู้และรถจี๊ปภายในประเทศ เพื่อสนองความต้องการของตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.65 ในปี พ.ศ. 2504 เป็นร้อยละ 18.55

โดยผู้ประกอบการทั้ง 10 รายได้แก่ บริษัท สหพัฒนายานยนต์ จำกัด บริษัท ปรินซ์มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท อีซูซุ มอเตอร์(ประเทศไทย)จำกัด บริษัท ไทยฮีโน่อุตสาหกรรม จำกัด บริษัทไทยประดิษฐ์ประกอบรถ จำกัด บริษัท นายเลิด จำกัด องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท บางชัน เยนเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด รวมโรงงานทั้งหมด 14 โรงงาน ( โดยยังมีโรงงานที่เข้ารับการส่งเสริมเพิ่มอีก 2 ราย แต่ยังมิได้เริ่มดำเนินการทันที ได้แก่ บริษัท วายเอ็มซี เจนเนอรัลแอสเซมบลี จำกัด และบริษัท สุโกศล มาสด้า (อุตสาหกรรมยานยนต์) จำกัด

แต่ถึงกระนั้นปริมาณการผลิตรถยนต์ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในประเทศ ประกอบกับรัฐบาล เล็งเห็นว่า การส่งเสริมด้วยวิธีการดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดการประหยัดจากขนาด (Economy of Scale) จึงได้ประกาศ ยกเลิกการส่งเสริมการลงทุนแก่โรงงานประกอบรถยนต์ในปีนั้นเพื่อสร้างกลไกการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้แข็งแกร่งและเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ให้มีการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในการประกอบ และเริ่มพัฒนาในด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดของผู้ประกอบรถยนต์

ซึ่งในช่วงของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2510-2514) ยังคงเน้นการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า ด้วยการส่งเสริมการลงทุนของเอกชนและรัฐบาลเริ่มดำเนินการอุตสาหกรรมการผลิตบางประเภทที่เกี่ยวกับความมั่นคง ยังไม่มีภายในประเทศ ได้แก่ แก้ว กระดาษ อาหาร และแบตเตอรี่

ต่อมาในช่วงของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515-2519) รัฐบาลได้เริ่มนโยบายส่งเสริมการส่งออกและปรับโครงสร้างภาษีเพื่อเอื้อต่อการแข่งขัน ดังนั้นรัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive Industry Development Committee: AIDC) ขึ้น เพื่อกำหนดนโยบายและวิธีการต่างๆ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เป็นอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตอย่างแท้จริง

โดยเริ่มจากกำหนดให้โรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตได้ในประเทศ 4 รายการ ได้แก่ หม้อนํ้า ยาง แบตเตอรี่ และแหนบตับ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ได้รับสิทธิพิเศษในการเสียภาษีอากรขาเข้าอัตราพิเศษ และที่สำคัญคือการประกาศนโยบายอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ขึ้นเป็นฉบับแรกในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2514 เพื่อสนับสนุนการประกอบรถยนต์ภายในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า โดยมีสาระสำคัญของคือ การจำกัดจำนวนแบบรถยนต์ที่ประกอบ ภายในประเทศและกำหนดให้มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Contents) ในอัตราร้อยละ 25 ภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2516

อย่างไรก็ตาม นโยบายฉบับนี้ได้ถูกยกเลิกเนื่องจากเป็นอุปสรรคต่อโรงงานประกอบรถยนต์บางรายที่ได้มีการลงทุนไปแล้ว และได้มีการประกาศนโยบายฉบับใหม่ขึ้นมาบังคับใช้แทนในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 โดยยกเลิกการจำกัดแบบรถยนต์ที่ประกอบภายในประเทศ แต่ยังคงข้อกำหนดการใช้ชิ้นส่วนในประเทศในอัตราร้อยละ 25 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2518

ในช่วงหลังของทศวรรษนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศกำหนดการใช้ชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มมากขึ้นโดยลำดับเพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ หากผู้ประกอบการรายใดไม่สามารถใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศได้ตามที่กำหนด จะไม่ได้รับการอนุญาตให้ทำการประกอบ นับเป็นช่วงของการวางรากฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของประเทศให้เติบโตในเวลาต่อมา

THE FEDERATION OF THAI INDUSTRY | AUTOMOTIVE INDUSTRY CLUB.
4th Floor Zone C Queen Sirikit National Convention Center, 60 New Rachadapisek Rd. Klongtoey. Bangkok 10110
Copyright © 2015 Automotive Industry Club. All rights reserved. Designed by Mountain Studio

รองรับการทำงานบน Internet Explorer v10+, Firefox, Safari, Chrome, Opera