ประวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย



 

เส้นทางกว่า 5 ทศวรรษของยานยนต์ไทย สู่ก้าวสาคัญที่ต้อง บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ยานยนต์ไทยอีกครั้ง นั่นคือปริมาณการผลิตต่อ ปีที่ระดับกว่า 2 ล้านคัน ในปี พ.ศ. 2555 นั้น เป็นเส้นทางแห่งความภาคภูมิ ของประเทศไทย ซึ่งวิถีแห่งความสาเร็จที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนมาจาก ต้นกาเนิดที่ควรค่าแก่การศึกษายิ่ง 

​รถยนต์ เข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกเมื่อใดไม่ปรากฎแน่ชัด โดยผู้ที่สั่งรถยนต์เข้ามาในประเทศไทยคนแรกเป็นชาวต่างชาติ จากนั้นไม่นานชาวต่างชาติผู้นั้นได้ขายต่อให้แก่ จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) 

จากนั้นในปี พ.ศ. 2447 พระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ทรงพระ ประชวร ต้องเสด็จไปรักษาพระองค์ที่ประเทศฝรั่งเศส ขณะที่ ประทับอยู่ที่นั่น ได้ทรงสั่งซื้อรถยนต์คันหนึ่ง เป็นรถเดมเลอร์-เบนซ์ ซึ่งถือว่าเป็นรถชั้นเยี่ยมในยุคนั้น ทรงซื้อรถคันดังกล่าวจาก มองซิเออร์ เอมีเลอ เจลลีเนค ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายผู้มีบทบาทสำคัญในยุคนั้น (1) 

เมื่อเสด็จกลับประเทศไทยในปลายปีนั้นพระเจ้าลูกยาเธอกรมหลวง ราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ได้น้อมเกล้าถวายรถคันดังกล่าวแด่ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นับได้ว่าเป็นรถยนต์พระที่นั่งคันแรกใน ประวัติศาสตร์ไทย โดยพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงรับหน้าที่เป็นสารถีด้วยพระองค์เอง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดปรานรถยนต์ พระที่นั่งดังกล่าว เพราะทรงเห็นว่าสะดวกสบายและเดินทางได้รวดเร็ว กว่ารถม้าพระที่นั่ง ต่อมาทรงเห็นว่ารถยนต์พระที่นั่งคันเดียวไม่เพียงพอ ใช้งานตามพระราชประสงค์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงเลือกรถ เดมเลอร์-เบนซ์ โดยนาเข้าจากประเทศเยอรมนี รุ่นปี พ.ศ. 2448 เครื่องยนต์ 4 สูบ 28 แรงม้า ความเร็ว 73 กม.ต่อ ชั่วโมง นับว่าเร็วที่สุดในยุคน้ัน เป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก ได้พระราชทานนามว่า แก้วจักรพรรดิ์ ในทำนองเดียวกันกับโบราณราชประเพณีท่ีมีการพระราชทาน นามแก่ช้างเผือกคู่บารมี 

คร้ันถึงปี พ.ศ. 2451 ในวาระเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 56 พรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริที่จะสั่งซื้อรถยนต์เป็นของขวัญพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการชั้นสูง เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์แก่แผ่นดินสืบไป ในการน้ีทรงโปรดเกล้าให้ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ สั่งซื้อจากประเทศฝรั่งเศสจานวน 10 คัน โดย พระองค์ได้พระราชทานนามแก่รถยนต์เหล่านี้ให้คล้องจองกัน อันได้แก่ มณีรัตนา ทัดมารุต ไอยราพตกังหัน ราชอนุยันต์ สละสลวย กระสวยทอง ลาพองทัพ พรายพยนต์ กลกาบังและสุวรรณมุขี 

เมื่อเข้าสู่ปี พ.ศ. 2542 เพื่อเป็นการจัดระเบียบการจราจรและลดอุบัติเหตุ จากจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าให้ตราพระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแรกของประเทศไทยข้ึน โดย ให้มีผลบังคับใช้ในปีถัดมา พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เจ้าของรถยนต์ต้อง จดทะเบียนกระทรวงมหาดไทยและเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท โดยรถยนต์นั่งและรถบรรทุกในพระราชอาณาจักรที่จดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยในช่วงดังกล่าวมีจำนวนท้ังส้ิน 412 คัน ดังต่อไปน้ี 

-  เมืองบางกอก และจังหวัดใกล้เคียง 401 คัน 
-  จังหวัดนครสวรรค์ 1 คัน 
-  จังหวัดนครศรีธรรมราช 2 คัน 
-  จังหวัดทางภาคเหนือ 6 คัน 
-  จังหวัดภูเก็ต 2 คัน
 

THE FEDERATION OF THAI INDUSTRY | AUTOMOTIVE INDUSTRY CLUB.
4th Floor Zone C Queen Sirikit National Convention Center, 60 New Rachadapisek Rd. Klongtoey. Bangkok 10110
Copyright © 2015 Automotive Industry Club. All rights reserved. Designed by Mountain Studio

รองรับการทำงานบน Internet Explorer v10+, Firefox, Safari, Chrome, Opera